ปลดล็อกโลกจิตวิทยาการปรึกษา: สุดยอดคลังเอกสารและเทคนิคเฉพาะตัวที่คุณต้องรู้!

webmaster

상담심리사 관련 강의자료 공유 - **Prompt:** A serene and professional counseling session featuring a compassionate female Thai couns...

ช่วงนี้เรื่องสุขภาพจิตเป็นอะไรที่คนไทยให้ความสนใจกันมากขึ้นจริงๆ ค่ะ โดยเฉพาะหลังจากช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนได้ตระหนักว่าจิตใจเราก็ต้องการการดูแลไม่แพ้ร่างกายเลยใช่ไหมคะ?

상담심리사 관련 강의자료 공유 관련 이미지 1

ยิ่งตอนนี้มีงานวิจัยออกมาบอกว่าจำนวนผู้ป่วยด้าน Mental Health ในไทยเพิ่มขึ้นเยอะมาก แถมปัญหาการเข้าถึงบริการยังเป็นอุปสรรคสำคัญอีกด้วย ทำให้บทบาทของ “นักจิตวิทยาการปรึกษา” กลายเป็นที่ต้องการอย่างมากในสังคมปัจจุบัน ซึ่งฉันเองก็รู้สึกว่าอาชีพนี้สำคัญและมีคุณค่าต่อสังคมของเราจริงๆ ค่ะหลายคนอาจจะกำลังคิดถึงการเริ่มต้นเส้นทางในสายงานนี้ หรือสนใจอยากพัฒนาความรู้ความเข้าใจด้านจิตวิทยาการปรึกษาเพื่อช่วยเหลือคนรอบข้าง หรือแม้แต่ดูแลจิตใจตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหน การมีแหล่งข้อมูลและเนื้อหาการเรียนรู้ดีๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญมากเลยนะคะ เพราะจากประสบการณ์ที่ได้เห็นมาเอง บางครั้งข้อมูลที่หามาได้ก็กระจัดกระจาย หรือเป็นภาษาที่เข้าใจยาก ทำให้ท้อไปซะก่อน แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ!

วันนี้ฉันมีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับ “หลักสูตรและแหล่งเรียนรู้ด้านการปรึกษาเชิงจิตวิทยา” ที่คัดสรรมาให้ทุกคนโดยเฉพาะ บอกเลยว่าครบครันและน่าสนใจมากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการให้คำปรึกษา แนวคิดใหม่ๆ หรือแม้แต่เส้นทางอาชีพในอนาคต เตรียมตัวให้พร้อมนะคะ เรามาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง!

ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ “หลักสูตรและแหล่งเรียนรู้ด้านการปรึกษาเชิงจิตวิทยา” อย่างละเอียดเลยค่ะ จะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมและวางแผนการเรียนรู้ได้อย่างมั่นใจแน่นอน!

สวัสดีค่ะทุกคน ช่วงนี้เรื่องสุขภาพจิตเป็นอะไรที่คนไทยให้ความสนใจกันมากขึ้นจริงๆ ค่ะ โดยเฉพาะหลังจากช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนได้ตระหนักว่าจิตใจเราก็ต้องการการดูแลไม่แพ้ร่างกายเลยใช่ไหมคะ?

ยิ่งตอนนี้มีงานวิจัยออกมาบอกว่าจำนวนผู้ป่วยด้าน Mental Health ในไทยเพิ่มขึ้นเยอะมาก แถมปัญหาการเข้าถึงบริการยังเป็นอุปสรรคสำคัญอีกด้วย ทำให้บทบาทของ “นักจิตวิทยาการปรึกษา” กลายเป็นที่ต้องการอย่างมากในสังคมปัจจุบัน ซึ่งฉันเองก็รู้สึกว่าอาชีพนี้สำคัญและมีคุณค่าต่อสังคมของเราจริงๆ ค่ะ หลายคนอาจจะกำลังคิดถึงการเริ่มต้นเส้นทางในสายงานนี้ หรือสนใจอยากพัฒนาความรู้ความเข้าใจด้านจิตวิทยาการปรึกษาเพื่อช่วยเหลือคนรอบข้าง หรือแม้แต่ดูแลจิตใจตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหน การมีแหล่งข้อมูลและเนื้อหาการเรียนรู้ดีๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญมากเลยนะคะ เพราะจากประสบการณ์ที่ได้เห็นมาเอง บางครั้งข้อมูลที่หามาได้ก็กระจัดกระจาย หรือเป็นภาษาที่เข้าใจยาก ทำให้ท้อไปซะก่อน แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ!

วันนี้ฉันมีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับ “หลักสูตรและแหล่งเรียนรู้ด้านการปรึกษาเชิงจิตวิทยา” ที่คัดสรรมาให้ทุกคนโดยเฉพาะ บอกเลยว่าครบครันและน่าสนใจมากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการให้คำปรึกษา แนวคิดใหม่ๆ หรือแม้แต่เส้นทางอาชีพในอนาคต เตรียมตัวให้พร้อมนะคะ เรามาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง!

เส้นทางสู่การเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษา: คุณพร้อมแค่ไหน?

ก่อนจะก้าวเข้าสู่เส้นทางอันทรงคุณค่าของการเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษา สิ่งแรกที่เราต้องทำความเข้าใจคือ บทบาทและหน้าที่หลักของอาชีพนี้ค่ะ จากประสบการณ์ตรงที่ได้เห็นและสัมผัสมา นักจิตวิทยาการปรึกษาไม่ได้เป็นแค่คนรับฟังปัญหาเท่านั้น แต่เราคือผู้ที่ช่วยให้ผู้รับบริการได้รู้จักและเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้งในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกนึกคิด อารมณ์ หรือพฤติกรรมต่างๆ เราช่วยให้พวกเขาได้สำรวจโลกและสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อนำศักยภาพที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น ที่สำคัญคือการช่วยให้พวกเขารู้จักเลือกและตัดสินใจอย่างชาญฉลาด เพื่อแก้ปัญหาและปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข คิดดูสิคะว่ามันมีความหมายแค่ไหนที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ใครสักคนค้นพบแสงสว่างในชีวิตของเขาเอง

ทำความเข้าใจบทบาทที่สำคัญยิ่ง

บทบาทของเราคือการเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้คนได้มาพูดคุยและสำรวจความไม่สบายใจที่อยู่ในใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่กระทบจิตใจโดยตรง หรือปัญหาทางกายที่ส่งผลมาจากจิตใจ เช่น นอนไม่หลับ หรือใจสั่น เราจะทำงานร่วมกับผู้รับบริการผ่านกระบวนการทางจิตวิทยา เพื่อค้นหาที่มาของความรู้สึกเหล่านั้น ช่วยให้พวกเขากลับมาเข้าใจตัวเอง และสามารถใช้ศักยภาพภายในที่มีอยู่จัดการกับสิ่งต่างๆ ในใจได้ มันไม่ใช่แค่การให้คำแนะนำ แต่มันคือการเป็นเพื่อนร่วมทาง เป็นผู้ดูแลจิตใจ ที่ช่วยให้เขามีเครื่องมือในการก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก และกลับมามีชีวิตอย่างเต็มที่อีกครั้งค่ะ

คุณสมบัติเบื้องต้นที่นักจิตวิทยาการปรึกษาพึงมี

บอกเลยว่าการเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาที่ดีนั้นต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตัวหลายอย่างเลยนะคะ จากที่ได้ศึกษาและเห็นมา สิ่งสำคัญอันดับแรกคือความตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) เพราะเราจะช่วยคนอื่นได้อย่างไร ถ้าเรายังไม่รู้จักตัวเองดีพอ ต้องมีความไวต่อการรับรู้ (Sensitivity) เปิดใจรับสิ่งต่างๆ (Open-mindedness) และที่ขาดไม่ได้เลยคือจรรยาบรรณในการให้คำปรึกษา (Ethics) นอกจากนี้ ยังต้องมีทักษะการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy) อย่างสูง มีใจที่เปิดกว้าง และสื่อสารได้อย่างมีหลักการ ทักษะการฟังอย่างลึกซึ้งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะไม่ใช่แค่การได้ยินคำพูด แต่ต้องได้ยินถึงความรู้สึกและความต้องการที่ไม่ได้ถูกพูดออกมาด้วย และแน่นอนว่าการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองตลอดชีวิตคือหัวใจสำคัญของอาชีพนี้เลยค่ะ

เจาะลึกหลักสูตรปริญญา: ก้าวแรกสู่ความเชี่ยวชาญ

สำหรับใครที่ตั้งใจจริงจังอยากเข้ามาในสายอาชีพนักจิตวิทยาการปรึกษา การศึกษาในระดับปริญญาถือเป็นรากฐานที่สำคัญมากๆ เลยค่ะ ในประเทศไทยเองก็มีหลายสถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรจิตวิทยาในหลากหลายแขนง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าหลักสูตรไหนที่ตอบโจทย์ความสนใจและเป้าหมายของเรามากที่สุด จากการติดตามมานาน ฉันเห็นว่าหลักสูตรปริญญาโทด้านจิตวิทยาการปรึกษาเป็นเส้นทางที่หลายคนเลือกเดิน เพราะเป็นวุฒิที่สังคมและองค์กรต่างๆ ให้การยอมรับสำหรับการประกอบวิชาชีพนี้ในระดับมืออาชีพ

หลักสูตรปริญญาตรีสู่พื้นฐานที่มั่นคง

แม้ว่าการเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาเต็มตัวมักจะต้องจบปริญญาโท แต่ปริญญาตรีก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ ค่ะ โดยทั่วไปแล้ว ผู้สนใจควรจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีสาขาจิตวิทยาเป็นอย่างน้อย บางมหาวิทยาลัยก็มีหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาการแนะแนวและการปรึกษา ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานในสถานศึกษาโดยเฉพาะ ในหลักสูตรเหล่านี้ เราจะได้เรียนรู้พื้นฐานที่สำคัญของจิตวิทยา เช่น จิตวิทยาทั่วไป จิตวิทยาพัฒนาการ จิตวิทยาสังคม และสถิติเพื่อการวิจัยทางจิตวิทยา ซึ่งเป็นความรู้ที่จำเป็นต่อการทำความเข้าใจมนุษย์และกระบวนการให้คำปรึกษาในอนาคตค่ะ

ก้าวสู่ปริญญาโท: ใบเบิกทางสู่มืออาชีพ

ถ้าพูดถึงการเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาอย่างจริงจัง หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม.) หรือศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ศศ.ม.) สาขาจิตวิทยาการปรึกษา คือใบเบิกทางที่สำคัญที่สุดเลยค่ะ ในประเทศไทยมีหลายมหาวิทยาลัยชั้นนำที่เปิดสอนหลักสูตรเหล่านี้ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งแต่ละที่ก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป ในระดับปริญญาโท เราจะได้เจาะลึกทฤษฎีการปรึกษา กระบวนการปรึกษาเชิงจิตวิทยา การประเมินทางจิตวิทยา จิตพยาธิสภาพ และที่สำคัญคือการฝึกปฏิบัติการจิตวิทยาการปรึกษา ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญค่ะ จากที่ได้คุยกับรุ่นน้องหลายๆ คน พวกเขาเล่าว่าการได้ฝึกปฏิบัติภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญทำให้เข้าใจและซึมซับการเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาได้ดีขึ้นมากๆ เลยค่ะ

Advertisement

ทางเลือกสำหรับมือใหม่และผู้สนใจ: คอร์สระยะสั้นและใบรับรอง

ฉันเข้าใจดีว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสหรือเวลาในการเรียนต่อปริญญาโท แต่ความสนใจในเรื่องสุขภาพจิตและการช่วยเหลือผู้อื่นนั้นมีอยู่เต็มไปหมดเลยใช่ไหมคะ โชคดีที่ปัจจุบันนี้ในประเทศไทยมีหลักสูตรประกาศนียบัตรและคอร์สระยะสั้นมากมายที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจ ไม่ว่าคุณจะจบสาขาไหนมา หรือมีพื้นฐานจิตวิทยามากน้อยแค่ไหน ก็สามารถเข้ามาเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านการปรึกษาเชิงจิตวิทยาได้ค่ะ สิ่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีมากๆ สำหรับคนที่อยากเริ่มต้น หรืออยากนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและหน้าที่การงานของตัวเอง

คอร์สประกาศนียบัตร: ปูพื้นฐานสู่การให้คำปรึกษา

สำหรับผู้เริ่มต้น หรือผู้ที่ทำงานในสายวิชาชีพที่ต้องมีการให้คำปรึกษา เช่น HR, หัวหน้างาน, บุคลากรทางการแพทย์ หรือแม้แต่คุณครู คุณพ่อคุณแม่ หลักสูตรประกาศนียบัตรเหล่านี้ถือว่าตอบโจทย์มากๆ ค่ะ มีหลายสถาบันและองค์กรที่จัดคอร์สแบบเข้มข้น เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้หลักการและขั้นตอนการให้คำปรึกษา พัฒนาทัศนคติที่เหมาะสม และฝึกทักษะการสื่อสารที่จำเป็น อย่างที่ฉันเคยเห็นมา บางคอร์สก็มีทั้งระดับพื้นฐาน (Fundamental), ระดับกลาง (Advanced) ไปจนถึงระดับมืออาชีพ (Professional) ซึ่งจะเน้นการใช้เทคนิคการบำบัดทางจิตวิทยาต่างๆ เช่น Cognitive Behavioral Therapy (CBT) เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถจัดการกับปัญหาความเครียด ความสัมพันธ์ หรือปัญหาทางอารมณ์ที่ซับซ้อนขึ้นได้ การเรียนแบบนี้ทำให้เราได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ได้ฝึกปฏิบัติ และได้นำไปปรับใช้จริงได้เร็วขึ้นค่ะ

การรับรองมาตรฐานจากสมาคมวิชาชีพ

แม้ว่าในประเทศไทยจะยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพนักจิตวิทยาการปรึกษาอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีองค์กรวิชาชีพอย่างสมาคมจิตวิทยาการปรึกษาแห่งประเทศไทย (Thai Counseling Psychology Association – TCPA) ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพนี้ค่ะ สมาคมฯ ได้จัดให้มีการอบรมจรรยาบรรณวิชาชีพและสอบเพื่อขอใบรับรองมาตรฐานคุณสมบัติของนักจิตวิทยาการปรึกษา การมีใบรับรองนี้แสดงให้เห็นว่าเราได้ผ่านการอบรมและมีความรู้ความเข้าใจตามมาตรฐานที่สมาคมฯ กำหนด ซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้รับบริการได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ส่วนตัวแล้วฉันมองว่านี่เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้อาชีพนี้มีความแข็งแกร่งและเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในสังคมไทยค่ะ

ทักษะและคุณสมบัติสำคัญที่ต้องมี: หัวใจของนักจิตวิทยาการปรึกษา

จากประสบการณ์ที่ได้คลุกคลีอยู่ในวงการนี้มานาน ฉันบอกได้เลยว่าการเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาที่ดีนั้นไม่ได้มีแค่ความรู้ทางทฤษฎีอย่างเดียว แต่ต้องมีทักษะและคุณสมบัติส่วนตัวที่สำคัญหลายด้านมากๆ ค่ะ สิ่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เราสามารถทำงานร่วมกับผู้คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความไว้วางใจ และนำพาผู้รับบริการไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้จริงๆ ถ้าขาดสิ่งเหล่านี้ไป แม้จะมีความรู้มากมายแค่ไหน การให้คำปรึกษาก็อาจจะไม่ได้ผลเท่าที่ควรค่ะ

ทักษะการสื่อสารและการฟังเชิงลึก

ทักษะการฟังเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับแรกๆ ที่นักจิตวิทยาการปรึกษาต้องฝึกฝนอย่างเข้มข้นเลยค่ะ ไม่ใช่แค่การได้ยินคำพูด แต่เป็นการฟังอย่างลึกซึ้ง ที่เราต้องใส่ใจกับสิ่งที่ผู้รับบริการกำลังพูดอย่างเต็มที่ จับประเด็นสำคัญ และยังต้อง “ฟัง” สิ่งที่ไม่ได้ถูกพูดออกมาด้วย เช่น น้ำเสียง ท่าทาง หรือความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ การฟังที่ดีจะช่วยให้ผู้รับบริการรู้สึกปลอดภัยและกล้าที่จะเปิดเผยเรื่องราวต่างๆ ได้มากขึ้น ส่วนทักษะการพูดคุยก็สำคัญไม่แพ้กัน เราต้องสื่อสารข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้คำพูดที่เหมาะสม ไม่ตัดสิน และสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นมิตรค่ะ

การตระหนักรู้ในตนเองและจรรยาบรรณ

คุณสมบัติสำคัญอีกประการคือการตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) เราต้องเข้าใจอารมณ์ ความคิด ความเชื่อ และอคติของตัวเอง เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้เข้ามามีอิทธิพลต่อกระบวนการให้คำปรึกษา การทำความเข้าใจตัวเองจะช่วยให้เราสามารถแยกแยะปัญหาของผู้รับบริการออกจากปัญหาของเราเองได้ นอกจากนี้ จรรยาบรรณวิชาชีพเป็นสิ่งที่นักจิตวิทยาการปรึกษาทุกคนต้องยึดถือและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรักษาความลับ การเคารพสิทธิของผู้รับบริการ การไม่ละเมิดขอบเขต หรือการทำงานภายใต้ความสามารถของตนเอง สิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานของความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจในวิชาชีพนี้ค่ะ

การคิดวิเคราะห์และการตัดสินใจอย่างมีวิจารณญาณ

นักจิตวิทยาการปรึกษาต้องมีความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) และการตัดสินใจที่ดี เมื่อผู้รับบริการเล่าเรื่องราว เราต้องสามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับมาได้อย่างรอบด้าน แยกแยะปัญหา ค้นหาต้นตอ และช่วยให้ผู้รับบริการมองเห็นทางเลือกต่างๆ ในการแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสมจะช่วยนำไปสู่กระบวนการบำบัดที่มีประสิทธิภาพและช่วยให้ผู้รับบริการก้าวผ่านความท้าทายต่างๆ ไปได้ค่ะ และนี่คือสิ่งที่ฉันคิดว่าจำเป็นจริงๆ สำหรับอาชีพนี้ ไม่ใช่แค่การบอกว่าต้องทำอะไร แต่คือการชวนให้เขาคิดและตัดสินใจเพื่อชีวิตของเขาเอง

Advertisement

โอกาสและความก้าวหน้าในสายอาชีพนี้: อนาคตที่สดใสแต่ท้าทาย

จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ปัญหาด้านสุขภาพจิตในสังคมไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการนักจิตวิทยาการปรึกษาเพิ่มขึ้นตามไปด้วยอย่างก้าวกระโดดเลยค่ะ ยิ่งช่วงหลังๆ มานี้ คนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลจิตใจมากขึ้น กล้าที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญมากขึ้น ทำให้โอกาสในการทำงานในสายอาชีพนี้มีมากมายและหลากหลายมากๆ ฉันเองก็รู้สึกตื่นเต้นกับอนาคตของอาชีพนี้ในประเทศไทยมากๆ เลยค่ะ แม้จะมีความท้าทายอยู่บ้าง แต่ศักยภาพในการเติบโตนั้นสูงจริงๆ

หลากหลายเส้นทางอาชีพ

นักจิตวิทยาการปรึกษาสามารถทำงานได้ในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล คลินิกสุขภาพจิต ศูนย์ให้คำปรึกษาเอกชน หรือแม้แต่การเปิดคลินิกส่วนตัว นอกจากนี้ยังมีโอกาสทำงานในสถานศึกษา เช่น เป็นครูแนะแนว หรือนักจิตวิทยาในโรงเรียน ในภาคองค์กรธุรกิจก็มีความต้องการนักจิตวิทยาการปรึกษาเพื่อดูแลสุขภาพจิตพนักงาน หรือเป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคล บางคนอาจจะสนใจงานวิจัยทางจิตวิทยา เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ก็ยังได้ ที่สำคัญคือเป็นอาชีพที่ไม่มีกำหนดเกษียณ สามารถทำงานได้เรื่อยๆ ตราบใดที่เรายังมีความพร้อมและต้องการช่วยเหลือผู้อื่นค่ะ

상담심리사 관련 강의자료 공유 관련 이미지 2

รายได้และผลตอบแทนที่คุ้มค่า

เรื่องรายได้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนให้ความสนใจใช่ไหมคะ จากข้อมูลที่ได้มา เงินเดือนของนักจิตวิทยาการปรึกษาที่ทำงานประจำในองค์กรเอกชนอาจอยู่ที่ประมาณ 28,000 – 35,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดองค์กรและความเชี่ยวชาญ สำหรับผู้ที่ทำงานแบบ Part-time หรือเป็นที่ปรึกษาอิสระ รายได้จะคิดตามจำนวนครั้งของการให้คำปรึกษา ซึ่งอาจได้ค่าตอบแทนประมาณ 800 – 3,000 บาทต่อเคส นอกจากผลตอบแทนทางการเงินแล้ว สิ่งที่ฉันคิดว่าคุ้มค่าที่สุดคือผลตอบแทนทางใจค่ะ การได้เห็นผู้รับบริการมีชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น นั่นคือความหมายของการมีชีวิตอยู่ และเป็นพลังขับเคลื่อนให้เราทำงานต่อไปได้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเลยค่ะ

ความท้าทายและสิ่งที่เราต้องเตรียมรับมือ

แม้ว่าจะมีโอกาสมากมาย แต่อาชีพนี้ก็มีความท้าทายไม่น้อยนะคะ อย่างที่รู้กันว่าในประเทศไทยยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพนักจิตวิทยาการปรึกษาอย่างเป็นทางการ ทำให้ยังไม่มีการควบคุมมาตรฐานและขอบเขตความสามารถที่ชัดเจนเท่าที่ควร นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการเข้าถึงบริการ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและวัยรุ่นที่ยังขาดแคลนจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นอย่างมาก การทำงานกับความทุกข์ของผู้คนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย บางครั้งอาจทำให้รู้สึกท้อได้เมื่อเจอเคสที่ซับซ้อนมากๆ ดังนั้น การมีผู้สนับสนุนให้คำแนะนำ (Supervision) หรือมีกลุ่มเพื่อนร่วมอาชีพไว้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์จึงสำคัญมากๆ ค่ะ

การรักษาสุขภาพใจของนักจิตวิทยา: ทำไมจึงสำคัญไม่แพ้กัน

หลายคนอาจจะมองว่าเราเป็นนักจิตวิทยา เราต้องเข้มแข็งอยู่แล้ว จะไปมีปัญหาทางใจได้อย่างไร จริงๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะคะ! ในฐานะนักจิตวิทยาการปรึกษา เราต้องรับฟังเรื่องราวความทุกข์ ความเจ็บปวด และความท้าทายจากผู้คนมากมายในแต่ละวัน ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเราได้ไม่น้อยเลยค่ะ จากประสบการณ์ตรงของฉัน การดูแลรักษาสุขภาพใจของตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด ไม่แพ้การดูแลสุขภาพใจของผู้รับบริการเลยค่ะ เพราะถ้าเราไม่ดูแลตัวเองให้ดีพอ เราจะเอาอะไรไปดูแลคนอื่นได้ล่ะ จริงไหมคะ?

ความเสี่ยงที่นักจิตวิทยาต้องเผชิญ

การทำงานในสายวิชาชีพที่ต้องใกล้ชิดกับปัญหาและความทุกข์ของผู้อื่น ทำให้เรามีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ Burnout หรือความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ได้ง่ายกว่าอาชีพอื่นๆ เราอาจจะรู้สึกซึมซับความทุกข์ของผู้อื่นเข้ามาโดยไม่รู้ตัว หรือบางครั้งก็อาจจะรู้สึกหมดพลัง หมดไฟในการทำงานไปได้เลยค่ะ นอกจากนี้ การทำงานกับมนุษย์ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่ละเคสมีความซับซ้อนและปัจจัยที่แตกต่างกันไป ทำให้บางครั้งเราอาจจะรู้สึกท้อแท้หรือสิ้นหวังได้เมื่อไม่สามารถช่วยผู้รับบริการได้อย่างที่เราหวังไว้

เทคนิคการดูแลสุขภาพใจฉบับนักจิตวิทยา

แล้วนักจิตวิทยาดูแลใจตัวเองอย่างไรน่ะเหรอคะ? จริงๆ แล้วก็ใช้หลักการเดียวกันกับการดูแลใจทั่วไปเลยค่ะ เพียงแต่เราอาจจะมีความเข้าใจและนำไปปรับใช้ได้ดีกว่าคนทั่วไป หนึ่งในวิธีที่สำคัญที่สุดคือการมี “Supervision” หรือการปรึกษาหารือกับนักจิตวิทยาที่มีประสบการณ์มากกว่า การได้พูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองและรับคำแนะนำช่วยให้เราได้ระบายความรู้สึก ได้เห็นมุมมองใหม่ๆ และลดความเครียดลงได้มากเลยค่ะ นอกจากนี้ การมี Work-Life Balance ที่ดี การทำกิจกรรมที่ชอบ การมีเวลาพักผ่อน และการฝึกสติ ก็เป็นสิ่งจำเป็นมากๆ เลยค่ะ การได้ใช้เวลากับตัวเอง ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น และหาวิธีจัดการกับอารมณ์ของตัวเองเป็นสิ่งที่ฉันทำอยู่เสมอเลยค่ะ

Advertisement

ชุมชนแห่งการเรียนรู้และการพัฒนา: เติบโตไปด้วยกัน

สุดท้ายนี้ ฉันอยากจะบอกว่าการเดินทางบนเส้นทางของนักจิตวิทยาการปรึกษาเป็นการเดินทางที่ไม่โดดเดี่ยวเลยค่ะ เพราะเรามีชุมชนที่เข้มแข็งคอยสนับสนุนและเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด การได้เชื่อมโยงกับเพื่อนร่วมอาชีพ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการพัฒนาความรู้และทักษะอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราเติบโตและเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ จากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมมานาน ฉันรู้สึกได้เลยว่าพลังของชุมชนมันยิ่งใหญ่มากๆ เลยค่ะ

สมาคมและเครือข่ายวิชาชีพ

ในประเทศไทยมีสมาคมจิตวิทยาการปรึกษาแห่งประเทศไทย (Thai Counseling Psychology Association – TCPA) ซึ่งเป็นศูนย์รวมของนักจิตวิทยาการปรึกษาและผู้สนใจในสายงานนี้ สมาคมฯ มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพ จัดกิจกรรมวิชาการ การอบรมสัมมนา และสร้างเครือข่ายให้นักวิชาชีพได้พบปะแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ การเป็นสมาชิกของสมาคมไม่เพียงแต่ช่วยให้เราได้อัปเดตความรู้ใหม่ๆ แต่ยังเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ปรึกษาหารือกับผู้เชี่ยวชาญ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมอาชีพอีกด้วยค่ะ

การเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนาตนเอง

อาชีพนักจิตวิทยาการปรึกษาเป็นอาชีพที่เราต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ไม่มีวันหยุดนิ่ง โลกเปลี่ยนแปลงไป ปัญหาสุขภาพจิตก็ซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้น เราจึงต้องไม่หยุดที่จะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการบำบัดใหม่ๆ งานวิจัยล่าสุด หรือแนวคิดจากต่างประเทศ การเข้าร่วมการประชุมวิชาการ การอ่านหนังสือ หรือการเข้าร่วมเวิร์คช็อปต่างๆ เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ค่ะ นอกจากนี้ การได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงของเพื่อนร่วมอาชีพก็เป็นอีกหนึ่งการเรียนรู้ที่ล้ำค่ามากๆ เลยค่ะ ยิ่งเราพัฒนาตัวเองมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งสามารถช่วยเหลือผู้คนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้นค่ะ

และนี่ก็คือภาพรวมของหลักสูตรและแหล่งเรียนรู้ด้านการปรึกษาเชิงจิตวิทยาที่ฉันได้รวบรวมมาให้ทุกคนนะคะ หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์และเป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆ คนที่สนใจอยากเข้ามาในสายอาชีพนี้ หรืออยากพัฒนาความรู้ด้านสุขภาพจิตเพื่อดูแลตัวเองและคนรอบข้างนะคะ การดูแลจิตใจเป็นเรื่องสำคัญ และฉันเชื่อว่าพวกเราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นได้ค่ะ ลองดูตารางสรุปด้านล่างเพื่อเปรียบเทียบประเภทของหลักสูตรกันนะคะ

ประเภทหลักสูตร จุดเด่น เหมาะสำหรับใคร การรับรอง/ผลลัพธ์ที่ได้
ปริญญาตรี (จิตวิทยา) ปูพื้นฐานความรู้จิตวิทยาและพฤติกรรมมนุษย์ ผู้สนใจเริ่มต้นด้านจิตวิทยา, ก่อนต่อยอดป.โท วุฒิปริญญาตรี
ปริญญาโท (จิตวิทยาการปรึกษา) เจาะลึกทฤษฎี, ทักษะการปรึกษา, ฝึกปฏิบัติเข้มข้น ผู้ต้องการเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษามืออาชีพ วุฒิปริญญาโท, ความเชี่ยวชาญวิชาชีพ
คอร์สระยะสั้น/ประกาศนียบัตร เรียนรู้เทคนิคการปรึกษาขั้นพื้นฐาน-สูง, นำไปใช้ได้จริง บุคคลทั่วไป, ผู้ทำงานที่ต้องให้คำปรึกษา, HR, ครู ประกาศนียบัตร, ทักษะการให้คำปรึกษา
อบรมมาตรฐานวิชาชีพ (สมาคมฯ) เน้นจรรยาบรรณ, ยกระดับมาตรฐาน, สร้างความน่าเชื่อถือ นักจิตวิทยาการปรึกษา, ผู้ต้องการใบรับรองมาตรฐาน ใบรับรองมาตรฐานคุณสมบัติจากสมาคม

ปิดท้ายบทความนี้

ค่ะทุกคน หวังว่าข้อมูลที่ฉันรวบรวมมาให้ในวันนี้ จะเป็นประโยชน์และเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับใครหลายคนที่กำลังสนใจในเส้นทางของนักจิตวิทยาการปรึกษานะคะ ฉันเชื่อเสมอว่าการดูแลสุขภาพจิตใจของเราทุกคนเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม และการมีผู้เชี่ยวชาญคอยช่วยประคับประคองเมื่อเราเจอทางตัน ก็เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่งค่ะ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่เข้าใจและใส่ใจเรื่องสุขภาพจิตไปด้วยกันนะคะ เพราะสุขภาพใจที่ดี คือรากฐานของชีวิตที่มีความสุขค่ะ

Advertisement

ข้อมูลน่ารู้ที่ควรรู้

1. จิตแพทย์กับนักจิตวิทยาการปรึกษาแตกต่างกัน: จิตแพทย์สามารถให้การรักษาโดยการใช้ยาและการบำบัดร่วมกันได้ ส่วนนักจิตวิทยาการปรึกษาจะเน้นการพูดคุยและกระบวนการบำบัดทางจิตวิทยาค่ะ ทั้งสองอาชีพทำงานร่วมกันเพื่อดูแลผู้รับบริการได้อย่างรอบด้านเลยนะคะ
2. การปรึกษาจิตแพทย์ไม่ได้หมายความว่าเรา “บ้า”: นี่เป็นความเข้าใจผิดที่หลายคนยังคงมีอยู่ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นเรื่องปกติ และเป็นสัญญาณของความเข้มแข็งที่กล้าเผชิญหน้ากับปัญหาค่ะ อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือน้า เพราะการดูแลใจไม่ใช่เรื่องน่าอายเลย
3. ปัจจุบันมีบริการให้คำปรึกษาออนไลน์มากมาย: สะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทาง แถมยังเข้าถึงง่ายขึ้นมากๆ สำหรับคนที่ไม่สะดวกไปคลินิกหรือโรงพยาบาลโดยตรง ลองค้นหาบริการที่น่าเชื่อถือดูนะคะ มีหลายแพลตฟอร์มที่ให้บริการทั้งจิตแพทย์และนักจิตวิทยาออนไลน์
4. การดูแลตัวเอง (Self-care) ก็สำคัญไม่แพ้กัน: นอกจากจะดูแลคนอื่นแล้ว การดูแลสุขภาพใจตัวเองก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักจิตวิทยา เพื่อป้องกันภาวะหมดไฟและการซึมซับความทุกข์ค่ะ การมี Supervision หรือการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ล้วนเป็นสิ่งสำคัญ
5. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพจิตวิทยาในไทยกำลังพัฒนา: แม้ว่าในประเทศไทยจะยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพนักจิตวิทยาการปรึกษาอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีความพยายามในการยกระดับและควบคุมมาตรฐาน เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับบริการที่ดีที่สุดและนักวิชาชีพได้รับการคุ้มครอง โดยมีหน่วยงานและสมาคมวิชาชีพเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ค่ะ

ประเด็นสำคัญที่ต้องจำ

จากที่ได้เล่ามาทั้งหมด ฉันอยากเน้นย้ำว่าเส้นทางสู่การเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็เป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยความหมายและคุณค่าอย่างที่สุดค่ะ สิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องจำไว้คือ ความรู้ทางวิชาการต้องมาพร้อมกับหัวใจที่เปี่ยมด้วยความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจในตนเอง และจรรยาบรรณที่มั่นคง ไม่ว่าคุณจะเลือกเดินในเส้นทางใด ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาในระดับปริญญาโท หรือเริ่มต้นจากคอร์สระยะสั้น การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดนิ่งคือสิ่งที่จะทำให้เราเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงค่ะ และที่สำคัญมากๆ คือ อย่าลืมดูแลสุขภาพใจของตัวเองให้ดีอยู่เสมอ เพราะเราจะช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างเต็มที่ ก็ต่อเมื่อเราดูแลตัวเองได้ดีพอค่ะ อาชีพนี้กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในสังคมไทย และฉันเชื่อว่าพวกเราทุกคนที่สนใจในสายงานนี้ สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีงามให้กับสังคมของเราได้จริงๆ ค่ะ มาช่วยกันสร้างโลกที่ทุกคนมีสุขภาพใจที่แข็งแรงกันนะคะ!

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: อยากเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษา ต้องเรียนอะไรบ้างคะ แล้วเส้นทางอาชีพในไทยเป็นยังไงบ้าง?

ตอบ: โห…คำถามนี้โดนใจคนที่อยากเข้ามาดูแลใจเพื่อนมนุษย์มากๆ เลยค่ะ จากประสบการณ์ที่ฉันได้คลุกคลีกับวงการนี้มาพักใหญ่ บอกเลยว่าเส้นทางนี้มีเสน่ห์จริงๆ นะคะ ถ้าอยากเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาในไทย สิ่งแรกที่เราต้องมีเลยคือ “ใจ” ที่พร้อมจะรับฟังและเข้าใจคนอื่นจริงๆ ค่ะ ส่วนเรื่องการเรียนการศึกษาเนี่ย หลักๆ แล้วเราจะต้องจบปริญญาตรีในสาขาจิตวิทยามาก่อนค่ะ มหาวิทยาลัยในไทยหลายแห่งเลยที่เปิดสอน อย่างคณะจิตวิทยาโดยตรง หรือเป็นสาขาจิตวิทยาในคณะอื่นๆ เช่น ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือแม้แต่ศึกษาศาสตร์ค่ะแต่ถ้าอยากเชี่ยวชาญด้านการปรึกษาจริงๆ แนะนำให้เรียนต่อปริญญาโทเลยค่ะ อย่างเช่น สาขาจิตวิทยาการปรึกษาโดยตรง หรือจิตวิทยาคลินิกก็สามารถต่อยอดได้นะคะ ซึ่งเนื้อหาที่เรียนจะเจาะลึกไปที่ทฤษฎีการให้คำปรึกษา เทคนิคต่างๆ การทำความเข้าใจมนุษย์อย่างลึกซึ้งเลยค่ะ สำคัญมากๆ คือการฝึกปฏิบัติภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญด้วยนะ เพราะจะได้ลงมือทำจริง เรียนรู้จากเคสจริงๆ ค่ะ สมาคมจิตวิทยาการปรึกษาแห่งประเทศไทยก็เข้ามามีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพตรงนี้ด้วยค่ะพอเรียนจบแล้ว เส้นทางอาชีพของนักจิตวิทยาการปรึกษาในไทยก็หลากหลายมากๆ เลยค่ะ ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีงานทำเลยนะ เพราะจริงๆ แล้วความต้องการนักจิตวิทยาการปรึกษามีสูงขึ้นเรื่อยๆ เลยค่ะ เราสามารถไปทำงานได้ในหลายที่เลยค่ะ ทั้งในโรงพยาบาลหรือคลินิกต่างๆ (แม้เราจะไม่ได้จ่ายยาเหมือนจิตแพทย์นะคะ แต่เราใช้การพูดคุยและกระบวนการทางจิตวิทยาในการเยียวยาค่ะ) หรือจะไปเป็นอาจารย์แนะแนวในโรงเรียนก็ดีต่อใจมากๆ เลยค่ะ ในภาคเอกชนเองก็ต้องการนักจิตวิทยาเพื่อดูแลบุคลากรในองค์กร หรือที่เรียกกันว่านักจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การค่ะ และที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการเปิดคลินิกให้คำปรึกษาส่วนตัว หรือทำงานกับองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ที่ดูแลด้านสังคมก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ ที่สำคัญคือ อาชีพนี้ไม่ได้มี Career Path ที่เป็นขั้นเป็นตอนแบบเป๊ะๆ แต่เป็นการสะสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของเราไปเรื่อยๆ ค่ะ ยิ่งมีประสบการณ์มาก ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการและสร้างคุณค่าให้ตัวเองได้มากเลยค่ะ

ถาม: มีสถาบันการศึกษาไหนบ้างที่แนะนำสำหรับการเรียนจิตวิทยาการปรึกษาในประเทศไทย?

ตอบ: สำหรับคนที่กำลังมองหาสถาบันดีๆ เพื่อเริ่มเส้นทางนักจิตวิทยาการปรึกษาในประเทศไทย ฉันเข้าใจเลยว่าการเลือกที่เรียนเป็นเรื่องใหญ่และตัดสินใจยากมากๆ เลยค่ะ เท่าที่ฉันได้รวบรวมข้อมูลและสอบถามจากหลายๆ คนที่อยู่ในวงการนี้ มหาวิทยาลัยหลายแห่งในบ้านเราก็โดดเด่นและมีหลักสูตรจิตวิทยาการปรึกษาที่น่าสนใจนะคะจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะจิตวิทยา ถือเป็นสถาบันอันดับต้นๆ เลยค่ะ ที่นี่มีหลักสูตรปริญญาโทด้านจิตวิทยาการปรึกษาโดยตรงเลยนะคะ ค่าเทอมปริญญาตรีอาจจะอยู่ที่ประมาณ 21,000 บาทต่อภาคการศึกษาค่ะ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ก็เป็นอีกที่ที่ได้รับการยอมรับมากๆ ค่ะ มีหลากหลายแขนงให้เลือกศึกษา รวมถึงจิตวิทยาการปรึกษาด้วย ค่าเทอมสำหรับปริญญาตรีประมาณ 15,300 บาทต่อภาคการศึกษา
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะมนุษยศาสตร์ ภาควิชาจิตวิทยา ที่นี่ก็มีหลักสูตรทั้งปริญญาตรีและปริญญาโทด้านจิตวิทยาการปรึกษาค่ะ ค่าเทอมประมาณ 15,000 บาทต่อเทอมค่ะ ฉันเคยเห็นนักจิตวิทยาเก่งๆ หลายคนก็จบจากที่นี่นะคะ
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีทั้งคณะมนุษยศาสตร์ (สาขาจิตวิทยา) และคณะศึกษาศาสตร์ (สาขาจิตวิทยาการแนะแนวและการปรึกษา) ให้เลือกเลยค่ะ ค่าเทอมอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 20,000 บาทต่อภาคการศึกษาค่ะ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ สาขาจิตวิทยา ก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กันค่ะ ค่าเทอมประมาณ 12,900 บาทต่อภาคการศึกษา
นอกจากนี้ก็ยังมีสถาบันอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกเยอะเลยค่ะ เช่น มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยพายัพ หรือ วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีจุดเด่นและค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไปค่ะส่วนเรื่องค่าเทอมที่ฉันเล่ามานี้เป็นแค่ข้อมูลเบื้องต้นนะคะ อยากให้เพื่อนๆ ที่สนใจลองเช็กข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของแต่ละมหาวิทยาลัยโดยตรงอีกครั้งค่ะ เพราะค่าใช้จ่ายอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เพื่อความชัวร์จะได้วางแผนได้ถูกต้องเนอะ

ถาม: ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเรียนต่อเต็มตัว มีคอร์สสั้นๆ หรือแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ที่น่าสนใจไหมคะ?

ตอบ: เป็นคำถามที่ดีมากๆ เลยค่ะ! ฉันเชื่อว่าหลายคนคงมีความรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน คือสนใจเรื่องจิตวิทยาการปรึกษามากๆ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะไปเรียนต่อแบบเต็มตัวดีไหม หรืออาจจะยังไม่มีเวลาขนาดนั้นใช่ไหมคะ ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ เพราะตอนนี้มีแหล่งเรียนรู้และคอร์สสั้นๆ ที่น่าสนใจเพียบเลย ที่จะช่วยให้เราได้ลองสำรวจตัวเอง ได้ลองสัมผัสโลกของจิตวิทยาการปรึกษาก่อนตัดสินใจก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มตัวค่ะจากที่ฉันเห็นมา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ใจดีมากๆ ค่ะ เขามีคอร์สออนไลน์ฟรีชื่อว่า “จิตวิทยาการปรึกษาสำหรับผู้เริ่มต้น” (The Beginner’s Counseling Psychology) ที่สำคัญคือเรียนจบแล้วได้ใบประกาศนียบัตรด้วยนะ!
คอร์สนี้เหมาะมากๆ สำหรับคนที่อยากปูพื้นฐานความรู้ด้านจิตวิทยาการปรึกษา ทำความเข้าใจแนวคิด ทฤษฎี และหลักการเบื้องต้นเลยค่ะ เหมือนได้ลองชิมลางก่อนลงสนามจริงยังไงยังงั้นเลยค่ะนอกจากนี้ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็มีโครงการอบรมระยะสั้นที่น่าสนใจหลายอันเลยค่ะ อย่างเช่นคอร์ส “ทฤษฎีการปรึกษาเชิงจิตวิทยาและจิตบำบัด” ที่เน้นปูพื้นฐานความรู้ทางทฤษฎีให้เราเข้าใจหลักการต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้ง หรือถ้าอยากได้คอร์สที่เน้นการนำไปใช้จริงมากขึ้น ลองดูของ iSTRONG Mental Health ก็ได้ค่ะ เขามีคอร์สเวิร์คช็อป “จิตวิทยาการให้คำปรึกษา ระดับ Fundamental” ที่จะช่วยให้เราได้พัฒนาทักษะการให้คำปรึกษาเบื้องต้นได้ดีเลยค่ะการเรียนรู้จากคอร์สสั้นๆ หรือแหล่งเรียนรู้ออนไลน์แบบนี้ ข้อดีคือเราสามารถจัดสรรเวลาเรียนได้เอง ไม่ต้องผูกมัด และช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าเราหลงรักเส้นทางนี้จริงจังแค่ไหนค่ะ แถมบางคอร์สยังช่วยเพิ่มทักษะที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน หรือในการทำงานปัจจุบันได้ด้วยนะคะ ใครที่อยากลองเริ่มต้น แนะนำให้เข้าไปดูรายละเอียดตามเว็บไซต์ของสถาบันหรือองค์กรเหล่านี้ได้เลยค่ะ การลงทุนกับความรู้เรื่องสุขภาพใจไม่เคยผิดหวังเลยจริงๆ ค่ะ

📚 อ้างอิง

Advertisement